สวัสดีคุณผู้อ่านนน หายไปนานมากสำหรับบล็อกนี้ ที่แน่ๆคือชีวิตยุ่ง
วุ่น และเยอะ ตอนนี้เหมือนได้รีเซ็ทตัวเองใหม่ รู้เป้าหมายและจุดประสงค์ของชีวิต
ที่กลับมาเพราะหัวหน้ากระตุ้นว่ามีความรู้ก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ เลยคิดไปคิดมาอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องอะไรก่อนดี ก็เลยมาจบที่เรื่องที่ถนัดที่สุด อังกฤษ ก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงชอบอังกฤษ มันเหมือน
มนต์ขลังของอารยธรรมที่ยังคงอยู่ในศตวรรษที่ 21 ตึกรามบ้านช่องทุกอย่างมันดู
geek ไปหมด และสุดท้ายคือสมองของคนอังกฤษ
เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเกาะเล็กๆขนาดนั้น ถึงได้ colony ไปยังประเทศอื่นๆ ข้ามทวีป
พวกนี้คือไม่ธรรมดา
"TINY COUNTRY WITH A BIG IDEA"
ย้อนไปในสมัย Queen Elizabeth ที่ 1
ในเวลาที่สถาณการณ์ภัยธรรมชาติไม่ค่อยหน้าไว้ใจในฟลอริด้า ไม่ได้ทำให้นักเดินทางชาวฝรั่งเศสหยุดค้นหาโลกอันกว้างใหญ่
แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย่งกับสเปน
เลยเลือกที่จะเดินเรือมุ่งหน้าไปทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาเพื่อพยายามจะแสวงหาเขตอาณานิคม
เลยทำให้ชาวอังกฤษ ของขึ้นมาก และเพราะในระหว่างการเดินทางของชาวฝรั่งเศส
พวกนางได้เข้าครอบครองอาณานิคมตั้งแต่ฟลอริด้าไปจนถึง Newfoundland เป็นฟีลแบบ เฮ้ยยย
กูใหญ่ มีรายป่าวววว เลยทำให้ชาวอังกฤษตั้งฝรั่งเศสว่าเป็นพวกยุ่งเรื่องชาวบ้าน ชอบแย่งของชาวบ้าน แต่...
นางก็หาได้แคร์ไม่ นางก็ยังคงเดินหน้าล่าอาณานิคมต่อไป เข้ายึดประเทศอื่นๆ
ตั้งชื่อถนน ตั้งชื่อแม่น้ำ ตั้งชื่อภูเขาแบบตามใจฉัน
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อังกฤษและฝรั่งเศส จิกัดกันไปมาเป็นระยะเวลา 200 ปี
ประเด็นคืออังกฤษอ่ะนางตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลมทางอเมริกาเหนืออยู่แล้วไงแต่ฝรั่งเศสดันมาตัดหน้าไปซะก่อน
ทีนี้ชาวอังกฤษนางเลยโกรธ ต่อว่าต่างๆนาๆแต่ฝรั่งเศสก็ตีหน้ามึนยึดประเทศต่อไป
นางก็เลยไฟ้ท์กันมาอยู่สองร้อยกว่าปี
ต่อมาในขณะที่ฝรั่งเศสมีแพลนว่าจะเข้ายึดที่ St.Lawrence ทางฝั่งอังกฤษก็ได้มีการวางแผนว่าจะยึดที่
Newfoundland
นำโดย ท่าน Sir.Humphery Gilbert
ท่านเซอร์กิลเบิร์ทเป็นชายชาวอังกฤษคนแรกที่พยายามจะเข้ายึดพื้นที่ทางฝรั่งอเมริกาเหนือ
ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนจะไป แต่มีคนที่เคยไปแล้วก็ไปไม่ถึงเพราะโดนทองล่อใจ (ของใครน้าา)
ควีนอลิซาเบธที่ 1 ควีนเลยพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ท่านเซอร์ล่องเรือไปได้ Let's Go !!!
ในการเดินทางครั้งนี้มีเรือทั้งหมดห้าลำ หนึ่งในนั้นมีเรือที่ชื่อ The Raleigh
เป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มเรือทั้งห้า
THE RALEIGH
ที่ซึ่งเต็มไปด้วยเซเล็ปชาวอังกฤษทั้งหลาย
หนึ่งในนั้นมี Sir Walter Raleigh พี่เขยของท่านเซอร์กิลเบิร์ท
ก็เจ้าของเรือนั่นแหละว่าง่ายๆ รวมอยู่ด้วย หลังจากออกเดินทางได้สองวัน ทั้งกัปตัน และหลายๆคนในเรือก็เกิดป่วยขึ้นมา
พวกนางเลยฟีลแบดมากกับการป่วยครั้งนี้ คิดว่าเป็นลางไม่ดี เลยหันหัวเรือกลับ Plymouth เลยนะฮะ
เจ้าของเรือป่วย เรือไปแล้ว คนไปแล้ว คนต้นเรื่องอย่างเซอร์กิลเบิร์ทเลยเสียใจมากก ที่เสียเรือใหญ่ไปฟรีๆ
นางเลยไปขึ้นเรือเล็กที่เหลืออยู่สองลำ มีชื่อว่า Swallow และ Squirrel
และมุ่งหน้าสู่อเมริกาต่อไป ซึ่งในการเดนทางครั้งนี้ใช้เส้นทาง Northwest Passage เป็นเส้นทางทางทะเลที่ใช้เดินเรือเพื่อเป็นประตูสู่เอเชีย แต่ก็เต็มไปด้วยหินโสโครก น้ำแข็งต่างๆ ทำให้การเดินเรือเป็นไปได้ยากมาก แต่ท่านเซอร์ก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไปไม่ลดละ
The Newfoundland
จนในที่สุดก็ได้พบ Newfoundland ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลาต่างๆ เมืองท่า ชายฝั่งตะวันออกของแคนาดา และในหน้าร้อนของแต่ละปีจะมีคนจำนวนมาก
มาตกปลาที่นี่ ถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่หนึ่งเลยก็ว่าได้
เช่นนั้นเซอร์กิลเบิร์ทเลยประกาศพระราชโองการของควีนส์
อลิซาเบธ เพื่อยึดครองดินแดนแห่งนี้ และในวันที่
5 สิงหา 1583 Newfoundland ตกเป็นของอังกฤษเป็นการทราบโดยทั่วกัน
5 สิงหา 1583 Newfoundland ตกเป็นของอังกฤษเป็นการทราบโดยทั่วกัน
นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการล่าอาณานิคมของชาวอังกฤษและ British Empire
ต่อมานางก็ยึดแคนาดา ชายฝั่งทะเลแคริเบียน ยึดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนมาถึงอเมริกา
ยึดได้ค่ะ ในระยะหนึ่ง พอต่อมาเกิดมีการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของอเมริกันชน เลยสู้กันไปสู้กันมา
สุดท้ายอเมริกาเป็นฝ่ายชนะ แต๊
แดดด ประกาศอิสรภาพ
เทพีเสรีภาพซึ่งตั้งอยู่กลางอ่าวนิวยอร์ก ได้แบบมาจากเทพเจ้าแห่งเสรีภาพของชาวโรมัน อนุสาวรีย์นี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Liberty Enlightening the World” และมีพิธีส่งมอเมื่อปี ค.ศ. 1886
นักประติมากรรมชาวฝรั่งเศส เฟรดเดอริก บาร์โธลดิ (Frederic Bartholdi) เป็นผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพ เพื่อ เป็นของขวัญจากชาวฝรั่งเศสให้สหรัฐอเมริกา เนื่องในการครบรอบหนึ่งร้อยปีของการประกาศอิสรภาพ
จากบริเทนใหญ่ (เห็นมะว่านางหมั่นไส้กัน )
written by nuchie nuchiee
." เรามีผู้พิทักษ์ไว้ซึ่งเปลวไฟแห่งเสรีภาพ ในคืนนี้เราขอเทิดทูนขึ้นไว้ให้โลกได้เห็น เป็นเหมือนไฟนำทางแห่งความหวัง
และเป็นแสงส่องสว่างให้ประเทศ”
คำประกาศอิสรภาพ
"ดังนี้แล้วพวกเราเหล่าตัวแทนของสหรัฐอเมริกาได้มารวมตัวกัน
ณ สภาคองเกรส เพื่ออุทธรณ์ต่อศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งโลกเพื่อแสดงความถูกต้องแห่งเจตนารมณ์ของเราในนามและโดยอำนาจของประชาชนที่ดีแห่งอาณานิคมนี้
จึงเผยแพร่และประกาศอย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคงว่า
อาณานิคมสหรัฐแห่งนี้เป็นและโดยสิทธิที่ควรจะเป็นอิสระและเสรีจากความจงรักภักดีทั้งปวงที่เคยมีต่อราชบัลลังก์บริติช
ความสัมพันธ์ทางการเมืองทั้งปวงระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัฐแห่งบริเตนใหญ่
เป็นและควรจะเป็นสิ่งที่สิ้นสุดลงอย่างสิ้นเชิง
และในฐานะที่เป็นสหรัฐที่อิสระและเสรีจึงมีอำนาจเต็มที่จะ เข้าสู่สงคราม
ทำความตกลงสันติภาพ เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตร เจรจาการค้า
และดำเนินการอื่นใดเฉกเช่นรัฐอิสระพึงมีสิทธิทำได้ และเพื่อสนับสนุนคำประกาศนี้ด้วยความหนักแน่นมั่นคงสูงสุดภายใต้ความคุ้มครองของพระเจ้า
พวกเราจึงให้คำปฏิญญาณร่วมกันด้วย ชีวิตของเรา อนาคตของเรา
และเกียรติอันสูงสุดของเรา"
ครั้งนี้ถือเป็นสิ่งที่เสียหน้าที่สุดของอังกฤษเลยก็ว่าได้
แต่พี่แกก็ยังไม่ลดละ เลยล่าอาณานิคมต่อไป ไม่ได้ที่นี่เอาที่อื่นก็ได้ค่า จากนั้นนางก็ยึด ออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกกลาง เช่นอินเดีย ไรงี้
จะเห็นได้ว่าอินเดียจะมีอารยธรรมอังกฤษเก่าแก่อยู่ให้เห็น ทำธุรกิจการค้า พูดได้ว่าอังกฤษทำเงินจากการค้าส่วนใหญ่ได้ในอินเดียเลยทีเดียว
เป็นเหตุผลว่าทำไมอินเดียชอบขายของ ขายของเก่ง
จากนั้นนางก็คงยึดๆๆๆ ต่อไปเรื่อย
ประเทศไหนซ่าพี่ก็ยึด พี่อยากได้อันไหนพี่ก็ยึดด พอมามองภาพรวมแล้วตกกะใจ
แค่เกาะเล็กๆเกาะเดียว ขยายอาณาบริเวณแผ่กระจายได้ทั่วโลก
เพราะแม่งฉลาดมากกกกกกก
พอถึงสงครามโลกครึ้งที่ 1
หลายๆประเทศก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการประกาศอิสระภาพ หลังจากสงคราม
ประเด็นคือหลังสงครามจบคนล้มตาย ทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก
เลยถือเป็นโอกาสดีในการประกาศอิสรภาพของประเทศที่อยู่ห่างๆ แบบไกลๆ พอมาถึงสงครามโลกครั้งที่สองถือเป็น disaster ของอังกฤษเลย
นางแพ้ หมดตูด เลยไม่มีเงินมากพอที่จะไปควบคุมอำนาจในประเทศต่างๆเหมือนเก่า
จากนั้นในแต่ละประเทศก็ค่อยๆประกาศตนเป็นอิสระภาพออกไป
เหลือเป็น Great Britain มาจนทุกวันนี้
เหลือเป็น Great Britain มาจนทุกวันนี้
*** จริงๆธงของประเทศอังกฤษจริงๆ เป็นแบบนี้
แต่พอมารวมกับธงชาติอื่นๆในเครือจักรภพแล้วเลยได้เป็นแบบนี้ มีชื่อเรียกว่า The Union Jack
(แอบกระซิบว่าตอนนี้สก็อตแลนด์กำลังจะขอประกาศแยกตัวออกจากเครือจักรภพ
แล้วก็มีวี่แววว่าจะสำเร็จซะด้วย ต้องมาลุ้นธงเวอชั่นต่อไปละกัน)
จบบบบ สำหรับวิชาการ 555555555
____________________________________________________
ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมแค่ประเทศเล็กๆถึงขยายอาณานิคมไปทั่วทุกแห่ง
เป็นเพราะสมองนี่เอง
เมื่อมีสติปัญญาทุกอย่างที่กระทำย่อมเกิดผล
ระบบการศึกษาในอังกฤษแข็งแรงมาก
ใครจะไปเรียนที่นู่นแล้วหวังว่าจะหางานทำไปด้วยเรียนไปด้วยเลิกคิดได้เลย
ในยูระดับท็อปๆ ห้องสมุดคือบ้านหลังที่หนึ่ง
หน้าโต๊ะคอมพ์คือบ้านหลังที่สอง
ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ เพราะสถานการณ์บีบให้ขยัน
ให้ตามทันโลก
บางทีการมองโลกที่อยู่ในกรอบจำกัดมันก็เหมือนกับการยืนอยู่ที่ขอบหน้าผา
กลัวว่าข้างหน้ามันเป็นเหวลึก กลัวตกลงไป
คำว่ากลัวมันก็เหมือนการขีดเส้นให้ตัวเองไม่กล้าข้ามผ่าน comfort zone ของตัวเอง
ไม่กล้าที่จะเจอโลกใบใหม่




.jpg)
















0 comments:
Post a Comment
LEAVE YOUR COMMENT HERE. ENJOY !!